AI & Future

Generative AI ในงาน HR: เปลี่ยนงานเอกสารสู่การสร้างกลยุทธ์

Tech Team
2026-02-25
Generative AI ในงาน HR: เปลี่ยนงานเอกสารสู่การสร้างกลยุทธ์
Quick Summary (AI Friendly) / สรุปประเด็นสำคัญ

HR ไม่จำเป็นต้องเขียนอีเมลหรือประกาศรับสมัครงานเองอีกต่อไป AI สามารถช่วยร่างเนื้อหาได้ 80% ให้ HR เติมเต็มอีก 20% ที่เหลือ

## AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาช่วยให้เราทำงานได้ "ฉลาด" ขึ้น

การเข้ามาของ Generative AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อ HR แต่เป็นเครื่องมือทุ่นแรงที่ทรงพลังที่สุดในรอบทศวรรษ ลองจินตนาการว่าคุณมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดรอบรู้ ทำงานได้ 24 ชั่วโมง และไม่เคยบ่นเหนื่อย

### 1. การเขียน JD (Job Description) ที่ดึงดูดใจ

แทนที่จะ Copy-Paste จากเว็บอื่น ลองให้ AI ช่วยร่าง JD ที่เน้น Culture ขององค์กร และใช้ภาษาที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

**Prompt ตัวอย่าง:** "ช่วยร่าง Job Description ตำแหน่ง Digital Marketing Manager สำหรับบริษัท Tech Start-up ที่เน้นความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นทักษะด้าน Data Analysis และ AI Tools"

### 2. การสร้าง Onboarding Plan เฉพาะบุคคล

AI สามารถช่วยวิเคราะห์ Profile ของพนักงานใหม่ และร่างแผนการอบรม 30-60-90 วันที่เหมาะสมกับทักษะของคนนั้นๆ

**ประโยชน์:** พนักงานใหม่จะรู้สึกว่าได้รับความใส่ใจ และสามารถปรับตัวเข้ากับงานได้เร็วยิ่งขึ้น ลดอัตราการลาออกในช่วงทดลองงาน

### 3. การสรุปกฎระเบียบให้เข้าใจง่าย

เปลี่ยนคู่มือพนักงานหนาเตอะ ให้เป็น FAQ ที่พนักงานสามารถถาม-ตอบได้ผ่าน Chatbot หรือให้ AI สรุปเป็นภาษาง่ายๆ

**ตัวอย่าง:** นำไฟล์ PDF คู่มือพนักงานใส่ใน Claude แล้วถามว่า "ถ้าฉันจะลากิจต้องทำอย่างไร และต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน?"

### 4. การวิเคราะห์ Engagement Survey

เมื่อก่อน HR ต้องมานั่งอ่าน Comment เป็นพันๆ ข้อความ แล้วมาจัดหมวดหมู่เอง เดี๋ยวนี้เราสามารถโยน Data เข้า AI ให้ช่วยวิเคราะห์ Sentiment (ความรู้สึก) และสรุปประเด็นหลักๆ (Key Themes) ที่พนักงานกังวลได้ภายในไม่กี่นาที

### บทสรุป

Generative AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป HR ที่เริ่มต้นเรียนรู้และปรับใช้ก่อน จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมหาศาล เพราะมีดวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์และการดูแล "คน" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงาน HR จริงๆ